วิธีรับมืออย่างไร ในวันที่ค่าครองชีพสูง

      ยุคนี้อะไรก็แพงขึ้นจนน่าตกใจ การจะประหยัดแบบเดิม ๆ บางทีก็อาจจะไม่พอ เราสรุปแนวทางการรับมือฉบับอัปเดตสำหรับปี 2569 มาให้แบบเน้นที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน

  1. จัดระเบียบ “รูรั่ว” ทางการเงิน
  • ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (แบบแยกหมวดหมู่): ไม่ต้องจดละเอียดทุกบาทก็ได้ครับ แต่ให้เน้นดูว่า ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเล็กน้อย” (เช่น ค่าสมาชิกสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ดู, กาแฟพรีเมียม, หรือค่าส่งอาหาร) รวมกันแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ บางทีแค่ตัดส่วนนี้ออกก็ได้เงินคืนมาหลายพัน
  • ใช้กฎ 50/30/20: แบ่งรายได้เป็น 50% (ค่าใช้จ่ายจำเป็น), 30% (ความต้องการส่วนตัว), และ 20% (เงินออม/ใช้หนี้) ถ้าตอนนี้ค่าครองชีพสูงจนส่วน 50% เกิน ให้ลองดึงจากส่วน 30% มาโปะก่อน
  1. กลยุทธ์การกินอยู่ให้คุ้มค่า
  • ทำอาหารกินเอง (Meal Prep): การวางแผนทำอาหารล่วงหน้า 3-4 วัน ช่วยลดค่าวัตถุดิบและค่าส่งอาหารได้มหาศาล
  • เลือกซื้อของแบรนด์ห้าง (House Brands): สินค้าอุปโภคบริโภคหลายอย่าง เช่น น้ำยาซักผ้า ทิชชู่ หรือข้าวสาร ที่เป็นแบรนด์ของซูเปอร์มาร์เก็ตเอง มักมีคุณภาพใกล้เคียงกับแบรนด์ดังแต่ราคาถูกกว่า 20-30%
  • ใช้แอปพลิเคชันเปรียบเทียบราคา: ก่อนซื้อของชิ้นใหญ่ หรือแม้แต่ของใช้ในบ้าน ลองเช็กโปรโมชันหรือใช้คูปองส่วนลดจากแอปฯ ช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งมักจะถูกกว่าหน้าร้าน
  1. บริหารหนี้สินให้เป็นระบบ
  • จัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน: เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ดอกเบี้ยมักจะกัดกินเงินเก็บเราได้เร็วที่สุด
  • รีไฟแนนซ์ (Refinance): หากมีหนี้บ้านหรือหนี้รถ ลองหาโอกาสรีไฟแนนซ์เพื่อลดค่างวดหรือดอกเบี้ยลง
  1. ติดตามสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ
  • เช็กสิทธิ์จากรัฐ: ในปี 2569 รัฐบาลมักจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือช่วยลดค่าครองชีพ เช่น การเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ อย่าลืมติดตามข่าวสารเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเอง
  1. เพิ่มช่องทางรายได้ (ถ้าพอมีเวลา)
  • ถ้าประหยัดจนสุดทางแล้วแต่ยังตึงอยู่ การหา รายได้เสริมตามทักษะ” (Side Hustle) เช่น งานฟรีแลนซ์ ขายของออนไลน์ หรือการนำงานอดิเรกมาทำเงิน ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างความอุ่นใจได้มากขึ้น